Turnkey ไปเกี่ยวกับกะเพราหมูกรอบไข่ดาวได้ยังไง?

อะไรคือTurnkey

กะเพราหมูกรอบมาเกี่ยวอะไรด้วย !?

Turnkey คืออะไร? แล้วกะเพราหมูกรอบเกี่ยวอะไร … เริ่มกันเลย!

สมมติว่าวันหนึ่งคุณอยากกินกะเพราหมูกรอบไข่ดาวราดข้าวขึ้นมา คุณเลยพาตัวเองไปที่ร้านเจ๊เมย์อาหารตามสั่งร้านโปรดของคุณ แล้วสั่งข้าวกะเพราหมูกรอบไข่ดาว เมื่ออาหารเสร็จ คุณได้เอร็ดอร่อยไปกับกะเพราหมูกรอบ ไข่แดงไม่สุกสีทองอร่ามที่ไหลเยิ้มมาชโลมหมูกรอบ พร้อมน้ำปลาพริกที่ช่วยตัดคาวไข่ และเมื่อกินเสร็จ ดื่มน้ำหมดแก้ว จ่ายค่าอาหาร 50 บาท และเดินออกจากร้านมาด้วยความอิ่ม พร้อมรสชาติถูกใจที่ยังค้างอยู่ในปาก

 

โดยที่ไม่รู้ตัว คุณได้จ่ายเงินซื้อสินค้าและบริการแบบ Turnkey จากร้านเจ๊เมย์ซะแล้ว

Turnkey อาจดูเป็นคำที่อยู่ไกลตัว แต่ลองอ่านบทความนี้ดู เพราะเมื่ออ่านจบคุณจะตกใจที่ได้รู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว Turnkey นั้นอยู่รอบๆตัวเราในชีวิตประจำวันโดยที่เราไม่รู้ตัว

 

เทรินคีย์คืออะไร...คืออะไรกันแน่

J design จะขออ้างอิงคำจำกัดความจากเว็บไซต์ managementmani  ที่เราเห็นว่าครอบคลุม กระชับ และเข้าใจง่าย

“Turnkey project (Turnkey-delivery) describes a project (or the delivery of such) in which the supplier or provider is responsible to the client for the entire result of the project and presents it to the client completely finished and ready to use.”

Turnkey project หมายถึง โครงการ(หรือสินค้า,บริการ) ซึ่งผู้ขาย(ซัพพลายเออร์,ผู้จัดหา) จะเป็นผู้รับผิดชอบในทุกๆอย่าง เพื่อส่งมอบโครงการ(หรือสินค้า,บริการ)ให้ลูกค้าแบบเสร็จสมบูรณ์และพร้อมใช้งาน

ในชีวิตประจำวันของเรา มีรูปแบบธุรกิจแบบ Turnkey มากมายที่เราใช้บริการโดยไม่รู้ตัว

เพื่อให้เห็นภาพได้ง่ายขึ้น ขอย้อนกลับไปที่เรื่องกะเพราหมูกรอบไข่ดาว ที่เราพูดถึงในตอนเริ่มต้นของบทความ ; 

ถ้าคุณเกิดอยากกินกะเพราหมูกรอบไข่ดาวซักจานหนึ่ง คุณมีทางเลือกหลักๆสองทาง หนึ่งคือทำเอง เริ่มจากออกไปซื้อวัตถุดิบประมาณ 15 บาท และยังต้อง ทอดหมูกรอบ, ทอดไข่, หุงข้าว, เตรียมเครื่องปรุง ล้างใบกะเพรา, เตรียมกระทะ เตรียมเครื่องครัว, ทำน้ำปลาพริก, ลงมือผัด, กินเสร็จแล้วก็ต้องล้างจาน, ล้างกระทะ, ล้างครัว 

(หมูสามชั้น 7 บาท, ใบกะเพรา 0.5 บาท, พริกและเครื่องปรุงต่างๆ 2.5 บาท, ไข่ไก่เบอร์สอง 3 บาท, ข้าวสาร 1.5 บาท, ค่าแก็ซ 0.5 บาท) 

อีกทางเลือกหนึ่งคือไปที่ร้านเจ๊เมย์ สั่งอาหาร หาที่นั่ง กินให้หมด แล้วจ่ายเงิน 50 บาท

ส่วนต่าง 35 บาท ที่เราจ่ายให้เจ๊เมย์ ก็เพื่อให้เจ๊เมย์รับผิดชอบทุกๆเรื่องเพื่อให้เราได้กินกะเพราหมูกรอบไข่ดาว ทั้งการการหาวัตถุดิบ ทอดหมูกรอบ ทอดไข่ดาว หุงข้าว ทำน้ำปลาพริก ล้างจาน โดยที่คุณไม่ต้องทำอะไร เพียงเดินเข้าร้าน สั่งอาหาร กินให้อิ่ม และเดินออกมาจากร้าน

สิ่งที่เจ๊เมย์ทำคือการเสนอสินค้าและบริการ “Turnkeyกะเพราหมูกรอบไข่ดาว”  ให้กับคุณในราคา 50 บาท

หรือถ้าคุณเลือกไปซื้อข้าวกล่องกะเพราหมูกรอบไข่ดาวที่ 7-11 , คุณก็ซื้อ “ข้าวกล่องTurnkey” จาก 7-11 เช่นเดียวกัน

เข้าใจถูกแล้ว โดยหลักการแล้ว Turnkey ก็คืออะไรก็ตามที่ส่งมอบให้ลูกค้าแบบ “พร้อมใช้” “สำเร็จรูป” หรือให้บริการแบบ “One stop service” “ทีเดียวจบ”

เพราะโดยคำศัพท์ Turnkey หรือ “ส่งกุญแจ” ช่วงแรกๆนิยมใช้กับการซื้อบ้านที่มีเฟอร์นิเจอร์พร้อมเข้าอยู่ ลูกค้าเพียงจ่ายเงิน “รับกุญแจ” ก็เข้าอยู่ได้เลย (Turnkey property)

ถ้าคุณจะจัดงานแต่งงาน มันก็มีบริการ Turnkey wedding service ที่จะทำหน้าที่จัดเตรียมสถานที่ อาหาร พร้อมดำเนินการทุกอย่างในพิธีให้ทั้งหมด

หรือถ้าคุณจะขายบ้าน ก็มีนายหน้าอสังหาฯ ที่เราอาจจะไม่ได้เรียกว่า Turnkey service แต่ก็เป็นสิ่งเดียวกัน นั้นคือ นายหน้าจะทำหน้าที่เป็นธุระให้ทุกเรื่อง ตั้งแต่ทำการตลาด ปิดประกาศตามเสาไฟฟ้า(ผิดกฏหมายนะนั้น!) ลงประกาศในนิตยสาร และสื่อต่างๆ ทั้งประกาศออนไลน์ คอยพาผู้ที่สนใจเข้าดูบ้าน จัดการเรื่องการกู้กับธนาคารให้ผู้ที่จะมาซื้อ รวมไปถึงการประสานงานในวันโอนกรรมสิทธิ์เมื่อขายได้

คิดสนุกๆ ถ้าหากเราอ้างอิงนิยาม “รับผิดชอบในทุกๆอย่างเพื่อให้สินค้าหรือบริการที่แล้วเสร็จกับลูกค้า” Taxi ก็สามารถถูกนับเข้าเป็น Turnkey transportation service ได้ด้วยเหมือนกัน เพราะคนขับ Taxi เป็นผู้รับผิดชอบทั้งค่าผ่อนรถ(สมมติว่าคนขับซื้อรถของตัวเอง) ค่าบำรุงรักษา ค่าเสื่อมสภาพรถ ค่าประกันอุบัติเหตุ ลูกค้าไม่จำเป็นต้องซื้อรถเองเพียงเรียก Taxi แจ้งจุดหมายปลายทาง แล้วจ่ายค่าโดยสาร

 

แล้ว Turnkey Office หล่ะ?

J-design เป็นบริษัทที่เสนอ Turnkey Office Service ให้กับลูกค้าที่ต้องการความสะดวก และมีความรวดเร็วกว่าขั้นตอนการทำ office ปกติ 

 

โดย J-design จะรับผิดชอบหน้าที่ทุกๆอย่างเพื่อส่งมอบ Office ที่เสร็จสมบูรณ์พร้อมเข้าทำงานให้กับลูกค้า

ลูกค้าไม่ต้องสรรหาหรือแต่งตั้งผู้บริหารโครงการ เพราะ J-design มีทีมที่คอยดูแลเรื่องการบริหารและจัดการทุกๆรายละเอียดของทั้งโครงการ ตั้งแต่ต้นจนจบ

ลูกค้าไม่ต้องสรรหาหาผู้ออกแบบ เพราะ J-design มีทีมออกแบบมากประสบการณ์สำหรับงาน Office Interior โดยเฉพาะ

ลูกค้าไม่ต้องสรรหาหาผู้รับเหมา เพราะ J-design มี partner กลุ่มใหญ่ที่ร่วมงานกันมายาวนาน ซึ่งเชี่ยวชาญทั้งงานภายใน และงานระบบบนอาคารสูง

ลูกค้าไม่ต้องทำเรื่องเอกสารขออนุญาตเข้าทำงานก่อนสร้าง, ไม่ต้องคอยควบคุมและแก้ปัญหาหน้างานในระหว่างก่อสร้าง, ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะบานปลาย

 

เมื่อรู้ตัวอีกที ลูกค้าก็สามารถย้ายเข้าทำงานได้แล้ว

 

ก่อนโบกมือลา

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ ถ้ามีความคิดเห็น หรืออยากพูดคุยกับพวกเราก็สามารถทิ้งข้อความไว้ หรือจะโทรเข้ามาคุยกันก็ได้ ถ้าอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำ Office เราก็ยินดีและดีใจมากๆ 

Share on facebook
Facebook
Share on google
Google+
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn